ลองนั่งคิดดูแล้วก็ไม่อยากเชื่อตัวเองว่าผมเรียนภาษาเยอรมันที่นี่ได้ 6 เืดือนแล้ว โห.... ไวเหมือนโกหกตั้งแต่เดือนพฤกษจิกายนปีที่แล้วอะนะ ละที่สำคัญคือไม่ได้เข้ามาเขียนบล็อคนานมาก  ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพียงแต่กว่าจะเชื่อมต่อเข้า exteen จากที่นี่ได้ต้องขันติพอควร เหอะๆ ไหนๆวันนี้เข้ามาละก็เลยเขียนซักหน่อยดีกว่าครับ ผมก็ประเมินตัวเองเล่นๆว่านอกจากเรียนภาษาเยอรมันแล้วเราได้อะไรมากกว่านั้นหว่า

 1. เพื่อน แน่นอนครับการอยู่โรงเรียนภาษาเราต้องเจอเพื่อนต่างชาติที่มาร่วมเรียนกับเรา(นอกจากคนเยอรมัน) ซึ่งตอนนี้มีทั่วโลกละมั้ง ไม่ดิ ขาดทวีปแอนตาร์คติก้าไปทวีปนึง  

2. คำจากภาษาต่างๆ ซึ่งตรงนี้เป็นผลพลอยได้มาจากการมีเพื่อนหลายๆชาตินี่เอง แต่พวกคำต่างภาษาที่ผมได้เรียนรู้จากพวกเค้า(นอกจากภาษาอังกฤษกับเยอรมัน)ก็ถือว่าเป็นความรู้ใหม่เหมือนกันแหละคร้าบ จำได้ไม่กี่คำหรอกครับ เช่น

Bonjour (French)

Hello

 

Ola kala (Greek)

How do you do?

 

Jeg heter "Kim" (Norwegian)

My name is "Kim"

 

Buon appetito! (Italian)

enjoy your meal!

 

sabroso (Spanish)

very tasty

 

Kobie wa tsukii detsu ka? (Japanish)

Do you like coffee?

 

pristi stanice "Florenc", prestup na linku B (Czech)

next station "Florenc", interchange to Line B

 

Puan-puan dan Tuan-tuan (Malay)

ladies and gentlemen

 

 

อาจจะมีเขียนผิดบ้างขออภัยนะคร้าบ เนื่องจากไม่เคยเขียน(แบบว่าฟังจากเพื่อนเป็นหลัก) 

3. ประสบการณ์การใช้ชีวิตต่างแดน อันนี้แน่นอนหละปกติอยู่กับพ่อแม่มาตลอด พอได้ใช้ชีวิตคนเดียวบ้างหละ โห... จะบอกว่าความคิดถึงบ้านถูกแทนที่ด้วยอิสรภาพเลยแหละครับ 555 

4. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ในเมื่อไม่มีพ่อแม่มาช่วยเหลือเราแล้วเราก็ต้องจัดการเองทุกอย่างหละ ทั้งเรื่องต่อวีซ่า เปิดบัญชีธนาคาร ฯลฯ และแน่นอนผมต้องพูดภาษาเยอรมัน (บังคับตัวเองอะนะ มาเรียนภาษาทั้งทีจะพูดอังกฤษก็กะไร - -)

5.  สามารถเดาภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือเยอรมันได้ อันนี้เป็นผลพลอยได้ซึ่งผมรู้ตัวก็ตอนไปเที่ยวนี่แหละครับ ผมเดาภาษาดัชต์กับเบลเยียมออกอย่างไม่อยากเชื่อตัวเอง แต่ว่าเฉพาะการอ่านนะครับ การฟังกับพูดนี่โง่เลย 555 

 

ก็อาจจะได้อะไรมากกว่านี้แต่ตอนนี้คิดออกแค่นี้แหละครับ แฮ่ๆ   

           

อ้า... กุญแจซอลอันนี้เขียนได้สวยดีนะครูเจี๊ยบพูดขึ้นตอนผมส่งสมุดคัดโน้ตไปให้ดูพร้อมกับให้ดาว 4 ดวง (เหมือนเป็นอะไรที่นิยมมากสำหรับคุณครูทั้งหลาย 555)

คิมอยากได้สติ๊กเกอร์อันไหน ให้เลือกแล้วครูเจี๊ยบก็เอาสติ๊กเกอร์มาล่อผมผมก็เลือกมาอันนึงครูเจี๊ยบก็แปะเข้าที่การบ้านผมนั่นแหละ

 

อ่ะ วันนี้ครูจะสอนเรื่องจังหวะนะคะ อืม...เอาละจังหวะ หุหุ

 

อันนี้คือโน้ตตัวดำนะคะ มีค่าเท่ากับ 1 จังหวะอะไหนตบมือตามครูนะ - - แปะ

 

แปะ เสียงนักเรียนและบรรดาป่าป๊าหม่าม๊าตบมือ

 

อันนี้คือโน้ตตัวขาวนะคะ มีค่าเท่ากับ 2 จังหวะ ครูเจี๊ยบอธิบาย อะตบมือแล้วร้องตามครูนะคะ แปะ อ้า อั้น(ตบมือ แปะ พร้อมกับร้องคำว่า อ้า)

 

(แปะ) อ้า-อั้น นักเรียนและบรรดาผู้ปกครองทำพร้อมกัน

 

อะ ต่อไปครูจะให้ลองปรบมือตามโน้ตที่เขียนนะคะ แล้วครูเจี๊ยบก็เขียนโน้ตขึ้นมา bar นึง

 

โน้ตตัวดำ 2 ตัว โน้ตตัวขาว 1 ตัว

 

ตบตามครูนะคะ แปะ แปะ อ้า-อั้นครูเจี๊ยบนำทีม

 

แปะ แปะ อ้า-อั้น

 

ดีมากค่ะ ต่อไปโน้ตตัวกลมนะคะ มีค่า 4 จังหวะตบมือแล้วร้องตามครูนะคะ ครูเจี๊ยบอธิบายอีก (แปะ)ต่า-อ้า-อ้า-อั้น (ตบมือ แปะ พร้อมกับร้องคำว่า ต่า)

 

(แปะ) ต่า-อ้า-อ้า-อั้นนักเรียนกับพ่อแม่ทั้งหลายปฏิบัติตามกันต่อไป หุหุ

 

อืม... JMC เค้าสอนเรื่องจังหวะแบบนี้นี่เอง 555

วันก่อนอยู่ๆก็นึกถึงชีวิตสมัยเด็กตอนโดนจับเรียนเปียโนขึ้นมาซะงั้นเหอๆ

ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมประมาณ 5 ขวบได้ (ก็คงจะอนุบาล อะนะ กี่ปีละวะนั่น 555) หม่าม้าพาไปโรงเรียนสีเขียวๆย่านพัฒนาการ(ตอนนี้ไม่รู้ย้ายไปไหนละ) เพื่อที่จะพาผมไปทดลอง(ดูคน)เรียนเปียโนผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้นกี่โมงแต่ผมกับแม่ขึ้นไปที่ห้องเรียนชั้นลอย ห้องนั้นเป็นห้องที่สอนหลักสูตรJMC ครับ เราก็เข้าไปในห้องเรียนซึ่งตอนนั้นมีนักเรียนประมาณ 7-8 คนมั้ง ซึ่งไม่เยอะเลยเราก็ไปนั่งที่เปียโนไฟฟ้าตัวนึงซึ่งว่างอยู่

ครูที่สอนชื่อครูเจี๊ยบครับผมจำได้ว่าตอนนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย นั่งลอยๆนั่งกระดิก teen บ้างฟังครูบ้างตามประสาเด็กไฮเปอร์ 555 แต่จำได้ว่ามีช็อตนึงครูเจี๊ยบยกมือขวาขึ้นมาเหนือเปียโนเหมือนยกมือสาบานแต่กางนิ้วออกจากนั้นก็กระดิกนิ้วเสมือนกับว่ากดเปียโนในอากาศเพื่อให้เราจำนิ้วครับจำว่านิ้วไหนเล่นโน้ตตัวไหน ซึ่งตอนที่ครูเจี๊ยบกระดิกนิ้วมือขวามือซ้ายก็จะเล่นเปียโนเสียงนั้นๆครับ (เช่น กระดิกนิ้วโป้งมือขวาเค้าก็จะเล่นเสียง โด (middle C) ให้เราฟัง)

 แน่นอนช็อตนั้นผมสนใจเพราะแม่ผมทำให้สนใจครับ "เฮ่อ เฮ่อ ดูดิๆ กดนิ้วละมีเสียงด้วย" 

หลังจากที่ทดลองดูการเรียนการสอนแล้วหม่าม้าก็พาผมลงมาที่ข้างล่าง

แม่ก็ถามว่า "คิมชอบมั้ย" 

ไม่ว่าผมจะตอบว่า "ชอบ"หรือ "ไม่" หรือ "อี๊" หรือ "เหอะ" หรือไรก็ตามแต่ก็คงรู้นะครับว่า 

ค่าเท่ากัน - -" 555 

ผ่านไปกี่วันผมจำไม่ได้จำได้แค่เพียงว่าวันนั้นมันคือวันเสาร์ช่วงสายๆครับหม่าม้าพาผมมาโรงเรียนเขียวๆนี่อีกครั้ง

ผมไปที่เค้าเตอร์ซึ่งด้านหลังจำได้ว่ามีตู้เย็นสีแดงๆของน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งบนตู้เย็นก็จะมีขนมเอาไว้ขายเพียบ ด้านข้าง(ติดกำแพง)มีตู้ขายหนังสือเรียนจำได้ว่าเค้าแจกกล่องแข็งๆสีแดงๆให้กล่องนึง ข้างในประกอบด้วยหนังสือสีขาวๆ 1 เล่มเป็นรูปคนเป่าแตรตีกลองบนรถม้า สมุดสีเขียวๆ 1 เล่ม สำหรับคัดโน้ต(สมุดบรรทัด 5 เส้นนั่นแหละ) กระดานแม่เหล็ก 1 อันพร้อมแม่เหล็กเล็กๆสีสวย สมุดสะสมสติ๊กเกอร์เล่มเล็กๆ 1 เล่มสำหรับบันทึกเวลาเข้าเรียน(มั้ง หรือไว้หลอกเด็กนี่แหละผมก็จำไม่ได้ละ555) เมื่อรับอุปกรณ์เรียบร้อยก็เดินขึ้นไปชั้นลอยกับหม่าม้าโลด 

ครูที่สอนผมก็ยังคงเป็นครูเจี๊ยบนั่นแหละครับผมจำได้ว่าตอนเรียน JMC นี่เป็นอะไรที่แบบว่า ทั้งตบมือ ทั้งออกไปล้อมวงรอบเปียโนเพื่อร้องเพลงจำได้ว่าล้อมวงร้องเพลงแบ่งฝั่งชายหญิงด้วยนะละก็จำได้ว่าวันแรกผมก็ไม่รู้อะไปยืนฝั่งผู้หญิงเฉยเลย ร้องไปได้เพลงนึงมั้ง (กุ๊กกูกุ๊กกู กุ๊กกูร้องเพลง เดินตามฟังเสียงมัน เดินไปอยู่ใกล้มัุน กุ๊กกู กุ๊กกู ... อะไรนี่แหละจำไม่ได้ละ)ครูเจี๊ยบถึงเห็นว่า "เอ๊า...ผู้ชายมาอยู่นี่ได้ไง ฝั่งนี้ๆๆ" กรรม...ก็ผมไม่รู้นิค้าบคู555

 

 

เฮ้อ...วันเก่าๆจริงๆมีอีกนะแต่ไว้ว่างๆจะมาอัพละกันครับ 

 

อ้อๆๆ หนังสือเล่มขาวๆรูปคนเป่าแตรตีกลองบนรถม้ามีชื่อว่า Primary Estrellita 1 ครับ มีใครใช้เล่มนี้เหมือนผมปะเอ่ย